Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

cosmetic surgery Thailand, plastic surgery Thailand, cosmetic surgery Bangkok, plastic surgery Bangkok, cosmetic laser Thailand, cosmetic laser Bangkok, liposuction Thailand, breast surgery Thailand, eyelid surgery Thailand, facelift surgery Thailand


นิตยสารผู้จัดการรายเดือน ปีที่ 25 ฉบับที่ 290 พ.ย.2550 หน้า 167-169

Life beauty

หมอนิเวศ เสริมศีลธรรม
ไลฟ์สไตล์ยุคโอกาสมากับศัลยกรรม

ใบหน้าของนิเวศ เสริมศีลธรรม ศัลยแพทย์หนุ่มวัย 46 ที่เรียบสุขุมลุ่มลึกกับมือนุ่มราวกระต่ายและตาที่คมเหมือนเหยี่ยวกับใจเด็ดขาดแบบสิงห์
(rabbit hands,eagle eyes and lion heart) ที่ผนวกกับความมี Artistic ทำให้ชื่อเสียง "สยาม สวอน คอสเมติคส์ คลินิก" เป็นที่รู้จักแพร่หลายในวงการดารา นักธุรกิจ

rabbit hands,eagle eyes and lion heart
นิยามบุคลิกภายในของศัลยแพทย์ นิเวศ เสริมศีลธรรม ที่มีทักษะและจินตนาการสร้างสรรค์ความงาม ผ่านมือทั้งสอง ที่เป็นกลไกลสร้างมั่งคั่งในธุรกิจ

"ชื่อคลินิกผมมาจากแนวคิดที่ว่า เราจะเปลี่ยนลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นหงส์ที่สง่าสวยงามได้" นี่คือที่มาของธุรกิจนี้ย่านสยามสแควร์ ที่แสนจะ chic & chill

ทันทีที่เสร็จสิ้นจากภาระกิจผ่าตัดใหญ่กว่า 4 ชั่วโมงให้กับลูกค้าชาวออสเตรเลียเพียงรายเดียว เขาก็เพิ่งได้ทานอาหารมื้อแรกในวันนั้เมื่อบ่ายสี่โมง ถามว่าทำอย่างนี้เพื่ออะไร?
จากคุณหมอเกียรตินิยมรับราชการอยู่ รพ.วชิระ ที่ต้องตัดขาคนไข้วันละเป็นสิบราย กลับกลายมาเป็นศัลยแพทย์ที่สร้างสรรค์แปลงโฉมเพื่อธุรกิจความงามขณะนี้

"ใช่ครับ...ผมเปลี่ยนจากการทำลายมาเป็นสร้างสรรค์ครีเอทีฟ จากตัดแขนตัดขาเพราะคนไข้เจออุบัติเหตุหนักๆ กระดูกหัก หน้าฉีก แขนขาห้อยร่องแร่ง อันไหนต่อได้เราก็ต่อ ต่อแขน ต่อนิ้ว ต่ออวัยวะได้ทันที แต่รายที่ขาดมานานแล้ว ก็เอานิ้วเท้ามาเป็นนิ้วมือแทน หรือใช้วัสดุสังเคราะห์เช่น ซิลิโคนมาเพนต์เป็นสีเนื้อก็มี

16 ปีกับการมุ่งมั่นทุ่มเทในธุรกิจด้านศัลยกรรมตกแต่งของหมอนิเวศ ซึ่งเมื่อก่อนเป็นอาจารย์แพทย์ที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานคร และ ศรีนครินทรวิโรฒ และทำพาร์ตไทม์
กับโรงพยาบาลเอกชน เช่น รพ.ยันฮี และ รพ.เซนต์คาร์ลอส จนกระทั่งถึงเวลาของเขาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เขาลาออกจากราชการมาทำเต็มตัว โดยยึดหลักว่า "ถ้าจะทำอะไร ผมจะทำให้ดีที่สุด)

ปี 2546 เริ่มต้นเปิดคลินิกตัวเองชื่อ "P Care Clinic" ที่ราชดำริ เป็นศัลยกรรมตกแต่งได้การรับรองวุฒิบัตร Certified Board of Plastic & Reconstructive Surgery

เพียง 3 ปี เขาประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วด้วยคุณค่าของศัลยแพทย์มืออาชีพ ที่มีผลงานประณีตและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ที่เริ่มเห็นความสำคัญของบุคลิกหน้าตาที่เปลี่ยนแปลงชีวิต
และการงานไปสู่โอกาสก้าวหน้าที่ดีขึ้น และสอดคล้องกับกระแสสังคมวัตถุนิยมยุคใหม่หลังวิกฤติเศรษฐกิจไทยล่มปี 2540

ในปี 2548 ธุรกิจของเขาขยายเปิดแห่งใหม่ภายใต้ชื่อ "สยาม สวอน คอสเมติคส์ คลินิก" ซึ่งไม่ใช่แบบโรงพยาบาลที่มีลักษณะอีกแบบคือไม่มีความเป็นส่วนตัวมากพอ บางคนไม่อยากเปิดเผยให้คนอื่นเห็น อยากจะมาพบหมอที่รู้ใจพบเมื่อไหร่ก็ได้"

ความไม่พอใจในตนเองอาจเป็นปมทางจิตอย่างหนึ่งที่พาให้คนไข้เหล่านี้อยากแปลงโฉมจากน้อยไปหามาก ที่สุดถึงขั้นเสพติด (addict) เลยก็มี เป็นองค์ประกอบหลายๆ อย่างของคนอยากสวยที่แตกต่างกันไป

"ผมว่าโดยวิชาชีพได้หล่อหลอมให้เรามีวิธีมองแบบศัลยแพทย์ตลอดเห็นหน้าใครก็จะนึกว่าน่าจะทำตรงนี้ตรงโน้น เราจะมีสเกลที่อ่านออกเลยว่าคนไข้ที่นั่งอยู่ตรงหน้าเรานี้ เขาอยู่ระดับไหน เราต้องหาวิธี Manage
คนไข้แต่ละคนไม่เหมือนกัน บางรายคาดหวังไว้สูงมาก อย่างนี้อันตราย เราต้อง down เขาลงมา ให้เขายอมรับอยู่ในโลกของความเป็นจริง โดยวิธีเตรียมคนไข้ก่อนเข้าผ่าตัดใหญ่และจัดการกับความคาดหวัง
เนื่องจากผมทำมานานและมีความสามารถด้านจิตวิทยา ส่วนใหญ่เราจะรู้ว่าเขาอยากได้อะไร ผมจะสัมภาษณ์และถามว่ามีปัญหาอะไร? ผมจะไม่รุกแต่จะฟังความต้องการ เราจะรู้ว่าใจจริงเขาต้องการอะไร และสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นปัญหานั้น เป็นปัญหาจริงหรือเปล่า? อาจจะไม่ใช่...ซึ่งในฐานะเราเป็นโปรเฟสชันนอล เราจะบอกว่าจุดที่คุณคิดว่าดูไม่ดีอาจเป็นจุดอื่น จุดที่คุณคิดจะแก้ ก็แก้ด้วยวิธีอื่นโดยไม่ต้องศัลยกรรม"


นอกจากความเข้าใจเข้าถึงความต้องการคนไข้แล้ว ยังมีเครื่องมือที่แปรความฝันให้เห็นได้ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า Omnia Simulator ซึ่งเป็น 1 ใน 2 เครื่องที่มีอยู่ประเทศไทยเท่านั้น
สามารถถ่ายภาพและจำลองภาพกราฟฟิกได้ระดับหนึ่ง

"ผมจะไม่ใช้เครื่องนี้มากนักเพราะอันตรายเหมือนกันที่ทำให้คนไข้คาดหวังเกิน เพราะการทำศัลยกรรมไม่เหมือนเพนติ้ง หรือกราฟิกตัดแต่งภาพได้หมด แต่ของจริงมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น"

จากจุดเริ่มต้นเข้าใจสู่กระบวนการแก้ปัญหาจากศัลยกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปสู่งานใหญ่แล้วแต่คนไข้ นี่คือเหตุผลของการทำคลินิก สยาม สวอน ที่หมอนิเวศมีตั้งแต่เข็มฉีดยา เลเซอร์ และเครื่องมือไฮเทคที่ใหญ่ขึ้น จนสุดท้ายลงเอยด้วยการผ่าตัด ซึ่งแบบขั้นพื้นฐานและที่ซับซ้อนต้องอาศัยเครื่องมือที่ไฮเทค

"ดังนั้น เซอร์วิสผมจะกว้างมาก ลูกค้าผมหรือคนไข้ที่มาเขาจะได้สิ่งที่เขาอยากได้ โดยเราจะบอกเงื่อนไขจริง ๆ ว่า มีความเสี่ยงเพิ่มและ cost ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และคุณมีเวลาไหมล่ะ ไม่ใช่สิ่งที่หมอมีแล้วยัดให้คนไข้ไป ไม่ใช่จับผ่าอย่างเดียว

ต้นทุนความอยากสวย นอกจากใจจะถึงแล้วเงินก็ต้องถึงด้วย เช่น คอร์สฉีดยา จะต้องจ่ายครั้งละ 5,000-6,000 บาท ในกรณีผ่าตัดเล็ก ประมาณหลักหมื่นต้น ๆ แต่ถ้าผ่าตัดใหญ่ระดับหลาย ๆ หมื่นถึงแสนบาทสำหรับผ่าตัดหลายส่วนก็มี แต่เคยปรากฏถึงหลักล้าน

"เคยมีลูกค้าต่างประเทศอีเมลมาถาม ผมเคยตีราคาการผ่าตัดใหญ่หลายส่วนเป็นล้าน แต่ไม่เคยทำสักที เพราะงานผ่าตัดใหญ่ต้องใช้เวลาทั้งวัน เขารับไม่ไหว เพราะถ้าคอร์สผ่าตัดหลักแสนบาท และถ้าทำสิบอย่างหลัก ๆ ก็คือหนึ่งล้านบาท สิบอย่างนะครับ แต่อัตราค่าศัลยกรรมของฝรั่งแพงกว่าเรามาก เช่น ผ่าตัดเสริมแต่งทรวงอกที่อเมริกาโน่นจ่ายล้านบาท แต่ของเราแค่หลักแสนบาท ต่างกันสิบเท่า ไทยจึงขึ้นชื่อมากเรื่อง cosmetic hub ซึ่งจะเห็นได้ชัดจากเมืองภูเก็ต และขยายมาที่เกาะสมุยแล้ว มีคนพยายามดึงหมอเข้าไปที่นั่น เพราะฝรั่งส่วนหนึ่งอย่างคนไข้ผมที่วันจันทร์นี้จะบินมาจากภูเก็ตเพื่อมาผ่าตัด หลังจากนั้นเขาบินไปอยู่ภูเก็ตต่อ"

ด้วยทักษะฝีมือศัลยแพทย์ไทยที่เก่งและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ทำให้ธุรกิจเพื่อความงามนี้เติบโตอย่างมาก ภายใต้ข้อจำกัดของศัลยแพทย์ไทยที่มีจำนวนน้อยนิด เกิดช่องว่างให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ได้จบด้านนี้มาหากิน และสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินคนไข้อย่างที่เป็นข่าว พอทำไปแล้วมีปัญหาตามมาและยากจะแก้ไขได้

"ลักษณะที่ผมทำแบบโปรเฟสชั่นนอล เขายินดีจ่าย เพียงแต่ต้องให้ความรู้ ข้อดีข้อเสียให้ละเอียดจากหนึ่งถึงสิบ พอคุยกันรู้เรื่อง เราก็อยากทำให้เหมือนมาตรฐานในอเมริกา บ้านเราอาจจะหย่อนเรื่องปรึกษาจิตแพทย์ก่อน แต่ของเขาจะซีเรียสกว่า ที่คลินิกผมจะ consult ฟรีไม่คิดตังค์ เราไม่เคยเก็บค่าปรึกษา ผมถือว่า ถ้าไม่ทำก็ไม่เป็นไร ผมเก่งภาษาอังกฤษขึ้นเยอะในหนึ่งปีนี้เพราะคุยกับฝรั่งทุกวัน แต่สุดท้ายลูกค้าก็มาทำที่ผม เพราะเขาจับได้ว่า นี่คือความแตกต่าง ระหว่างผมกับคนอื่น และผมรู้ระหว่างคุยลูกค้าจะยังไม่ make decision เดี๋ยวนั้น ขอให้กลับไปคิดและเป็นเรื่องของความพึงพอใจและถ้าลูกค้าเชื่อ trust ผมก็ทำงานง่าย"
หมอนิเวศหัวเราะอย่างมองโลกในแง่ดี

"อนาคตผมอยากทำเป็น academic center ที่ผมมองว่าฝีมือแบบผมน่าจะเปิดสอน เพราะขณะนี้ก็มีหมอหลายคนที่ขอมาอยู่กับผม ผมคิดว่านี่คือเทรนด์ของโลก" หมอนิเวศทิ้งท้ายไว้ด้วยโครงการในอนาคต ซึ่งหมายถึงคุณค่าธุรกิจใหม่ในรูปของซอฟต์แวร์ทางปัญญาที่เป็นสินทรัพย์อันแท้จริงของเขา